เร่งตามหาผู้ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ร้านคาราโอเกะที่ละเมิดกฎป้องกันโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจับกุมหญิงต่างชาติ 20 คนที่มีสาวไทยรวมอยู่ด้วย ในข้อหาค้าประเวณี โดยที่ล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์นี้เพิ่มเป็นกว่า 80 คนแล้ว ส่วนทางด้านด้านอินโดนีเซียออกมายอมรับเข้าสู่สถานการณ์การระบาดที่เลวร้ายที่สุด โดยเคสใหม่ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสายพันธุ์เดลตาอยู่ในระดับวันละ 60,000 และหวั่นเกรงกันว่าจะพุ่งขึ้นต่อไปอีก สำหรับญี่ปุ่น ประธานโอลิมปิกสากลโว ผู้เข้าร่วมโตเกียวโอลิมปิกปลอดความเสี่ยงแพร่เชื้อให้ผู้คนแดนอาทิตย์อุทัย เนื่องจากมีการกักตัวทันทีหลังตรวจพบติดเชื้อ

วันพุธที่ผ่านมา (14) สิงคโปร์รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อในท้องถิ่น 56 คน ซึ่ง 46 คนในจำนวนนี้เชื่อมโยงกับพวกร้านคาราโอเกะ และถือเป็นสถิติสูงสุดรายวันนับจากเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ต่อมา ในวันพฤหัสฯ (15) พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 42 คน ซึ่งส่วนใหญ่ติดเชื้อจากคลัสเตอร์คาราโอเกะดังกล่าว

นอกจากนั้น ตำรวจสิงคโปร์ยังแถลงเมื่อคืนวันพุธว่า กำลังตรวจสอบร้านคาราโอเกะ 3 แห่ง ที่ละเมิดมาตรการป้องกันโรคระบาดด้วยการจัดให้มี “พนักงานต้อนรับ” คอยให้บริการลูกค้า โดยสามารถจับกุมหญิงสาวอายุ 20-34 ปี จำนวน 20 คน ประกอบด้วย ชาวเกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งสงสัยว่า เกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี

สิงคโปร์สั่งปิดบาร์และไนต์คลับมากว่าปี แต่ร้านคาราโอเกะบางแห่งได้รับอนุญาตให้เปิดขายอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ห้ามมีพนักงานบริการหรือการพนัน

ล่าสุด คลัสเตอร์จากร้านคาราโอเกะเหล่านี้ทำให้มีผู้ติดเชื้อรวมแล้วถึง 87 คน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อวันอาทิตย์ (11) เป็นพนักงานต้อนรับชาวเวียดนามที่แวะเวียนไปทำงานในร้านหลายแห่ง

แม้การระบาดในสิงคโปร์ขณะนี้ยังถือว่าไม่รุนแรง ทว่า ออง ยี คุง รัฐมนตรีสาธารณสุข เตือนว่า มีแนวโน้มเกิดคลัสเตอร์ขนาดใหญ่มากจากพวกสถานบันเทิงกลางคืนอย่างร้านคาราโอเกะ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในเกาหลีใต้และฮ่องกง

รัฐบาลสิงคโปร์ยังเรียกร้องให้ผู้ที่ไปเที่ยวร้านคาราโอเกะ 3 แห่ง นับจากวันที่ 29 มิถุนายน เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด และให้สัญญาว่า จะเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ

อินโดนีเซียวิกฤตสุด

ในวันพฤหัสฯ (15) รัฐมนตรีอาวุโสประสานงานด้านเศรษฐกิจ ลูฮุต ปันด์จัยลัน แถลงว่า อินโดนีเซียกำลังเผชิญสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ขั้นเลวร้ายที่สุด โดยหากมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละราว 60,000 คน หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย แดนอิเหนาจะรับมือได้อย่างโอเค เขาหวังว่าตัวเลขจะไม่พุ่งถึงหลักแสน แต่กระทั่งไปถึงระดับดังกล่าวอินโดนีเซียก็เตรียมพร้อมรับมือ

เขาเสริมว่า รัฐบาลได้เปลี่ยนอาคารหลายแห่งเป็นสถานที่กักตัว ระดมแพทย์และพยาบาลจบใหม่มาช่วยดูแลผู้ป่วยโควิด รวมทั้งนำเข้าออกซิเจนและยาเวชภัณฑ์ที่จำเป็น

ทั้งนี้ แม้บังคับใช้มาตรการสกัดการระบาดอย่างเข้มงวดที่สุด แต่อินโดนีเซียยังไม่สามารถชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาได้ โดยในวันพฤหัสฯ พบเคสใหม่จำนวน 56,757 ราย เป็นการสร้างสถิติรายวันสูงสุดอันน่าหดหู่ใจนี้กันใหม่อีกครั้ง หลังจากวันพุธก็เพิ่งทำลายสถิติเดิมไปด้วยจำนวน 54,517 ราย

ตัวเลขระดับนี้เท่ากับเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ติดเชื้อเมื่อต้นเดือนมิถุนายนถึงกว่า 10 เท่าตัว รวมทั้งยังมีผู้ติดเชื้อรายวันแซงหน้าอินเดียที่จำนวนเคสใหม่อยู่ในช่วงลดฮวบ หลังจากเป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ของโลกเมื่อต้นปี

ลูฮุต สำทับว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอาจพุ่งขึ้นอีก เนื่องจากสายพันธุ์เดลตามีระยะฟักตัว 2-3 สัปดาห์ โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์และจะตัดสินใจว่า จะขยายมาตรการควบคุมการระบาดที่จะสิ้นสุดในวันอังคารหน้า (20) หรือไม่

ญี่ปุ่นหวั่นคลัสเตอร์โอลิมปิก

ที่ญี่ปุ่น โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ยืนยันเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า ผู้เข้าร่วมโตเกียวโอลิมปิก “ปลอดความเสี่ยง” ที่จะแพร่เชื้อโควิดให้ชาวญี่ปุ่น เนื่องจากมีการกักตัวทันทีหลังตรวจพบติดเชื้อ

ทั้งนี้ บาคมีนัดหารือกับยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าโตเกียว ในวันพฤหัสฯ หลังเข้าพบนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ในวันพุธ

โตเกียว ซึ่งเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉินรอบที่ 4 เมื่อต้นสัปดาห์นี้ จะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกที่จะเริ่มต้นวันที่ 23 ที่จะถึง ขณะที่ในวันพุธ (13) รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่รอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,149 คน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับจากปลายเดือนมกราคม

นอกจากนั้น ยังพบผู้ติดเชื้อในหมู่นักกีฬาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอลิมปิกเพิ่มขึ้น โดยในวันพุธมีรายงานว่า พบคลัสเตอร์ใหม่ในโรงแรม ที่เมืองฮามามัตสึ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว ซึ่งเป็นที่พักของนักกีฬาโอลิมปิกและทีมเจ้าหน้าที่ของบราซิล ทั้งนี้เป็นการพบผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นพนักงานโรงแรม 7 คน อย่างไรก็ดี ข่าวยืนยันว่า ทีมโอลิมปิกบราซิลเองไม่ติดเชื้อ อีกทั้งอยู่ในพื้นที่ “บับเบิล” แยกจากแขกอื่นๆ

นอกจากนั้น ในวันพฤหัสฯ นักรักบี้หญิงเคนยา 8 คนถูกระบุว่า เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ หลังจากผู้โดยสารคนหนึ่งบนเที่ยวบินเดียวกันที่เดินทางไปยังโตเกียว ถูกตรวจพบภายหลังว่าติดโควิด